เกร็ดความรู้ รู้ทันโรค - ทดสอบ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย jariya   
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฏาคม 2012 เวลา 14:01 น.
ดัชนีบทความ
เกร็ดความรู้ รู้ทันโรค
ทดสอบ
ทุกหน้า

 โรคภูมิแพ้

          เป็นโรคที่เกิดกับทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ เป็นโรคที่พบมากของประเทศไทยโดยเฉพาะประชาชนในเขตเมืองเนื่องจากมลภาวะนอกจากนี้โรคภูมิแพ้อาจทำให้เกิดอาการลมพิษ หรือ ช็อคได้ โดยเฉพาะการแพ้เหล็กในของผึ้ง หรืตัวต่อ คนไข้บางคน อาการแสดงออกอาจพบได้ในหลาย ๆ อวัยวะของร่างกายพร้อมกัน

โรคทีีจัดว่าอยู่ในกลุ่มภูมิแพ้

          1. หวัดแพ้อากาศ  อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คันในจมูก จามติด กันหลายครั้ง น้ำมูกใส ๆ ไหลมาก คัดแน่นจมูก

          2. โรคหอบหืด  ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หอบ แน่นหน้าอก หายใจเสียงวี้ด อาจเป็นตอนออกกำลังกาย ตอนกลางคืน หรือ ตอนเป็นหวัดก็ได้

          3. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง  เป็นผื่นคัน แห้งแดง และเรื้อรัง พบบ่อยบริเวณหน้า ข้อพับแขนขา ลมพิษ ผื่นนูน บวม คัน

          4. แพ้อาหาร  มีอาการได้หลายระบบ ทั้งระบบผิวหนัง (ผื่นลมพิษ) ระบบลมหายใจ (คัดจมูก น้ำมูกไหล หอบ) ระบบทางเดินอาหาร (อาเจียน ปวดทอ้ง ท้องเสีย) อาหารที่เป็นสาเหตุได้บ่อย คือ นมวัว ไข่ อาหารทะเล ถั่วลิสง

          5. ภูมิแพ้ที่ตา  มีอาการแสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ขยี้ตาบ่อย เปลีอกตาบวม

      ปฏิกิริยาแพ้ยาแบบรุนแรง เกิดอาการหลังได้รับสารแพ้ภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก ความดันโลหิตต่ำ และอาจเสียชีวิตได้ สาเหตุเป็นได้ทั้งจากแพ้อาหาร แพ้ยา แพ้แมลงต่าง ๆ เป็นตัน

สารก่อภูมิแพ้ ?

          สารก่อภูมิแพ้คืออะไร คือสารที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ซึ่งอาจเป็นสารที่ร่างกายได้รับโดยการฉีด กิน หายใจ หรือ สัมผัสก็ได้มีทั้งสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน (เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนและรังแคของสัตว์เลี้ยง เชื้อรา บุหรี่)   และสารก่อภูมิแพ้นอกบ้าน (เกสรหญ้า เกสรดอกไม้ ควัน และฝุ่นต่าง ๆ) รู้ได้อย่างไรว่าเป็นภูมิแพ้ เมื่อมีอาการและอาการแสดงดังข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อชักประวัติ นอกจากนั้นแพทย์อาจทำการตรวจทดลองภูมิแพ้ ทางผิวหนัง เพื่อให้ทรายถึงสารที่ผู้ป่วยแพ้ ซึ่งทราบผลภายใน 15 นาที

      ควรปรึกษาแพทย์ เมื่อมีอาการสงสัยว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ ดังต่อไปนี้

          - น้ำมูกไหล คัดจมูก จาม คัดจมูกเรื้อรัง

          - ไซนัสอักเสบเรื้อรัง

          - ไอมากหรือเหนื่อยเวลาเป็นหวัด ตอนออกกำลังกาย หรือตอนกลางคีน

          - ผื่นคันเรื้อรังตามผิวหนังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

          - เป็นลมพิษบ่อย

          - สัมผัสสารบางอย่างแล้วผื่นขึ้น

          - กินอาหารบางชนิดแล้วมีผื่น น้ำมูกไหล หรือแน่นหน้าอก

          - คันตา แสบตา น้ำตาไหลเรื้อรัง

แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้

          1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เป็นวิธีที่สำคัญที่สุด และช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

          2. การรักษาด้วยยา  มีทั้งยากิน ยาพ่นจมูก ยาพ่นปอด ยาหยอดตา ยาทาผิวหนัง ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

          3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้  โดยการฉีดสารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ จนผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่อสารนั้น ซึ้งต้องรับการฉีดอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลา 3 - 5 ปี จึงจะได้ผลดี

ปฏิบัติตนอย่างไร...... เมื่อเป็นโรคภูมิแพ้

          1. ในห้องนอน ควรมีเครื่องตกแต่งห้องน้อยชิ้นที่สุด หมั่นทำความสะอาดและกำจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ

          2. ในกรณีแพ้ไรฝุ่น ควรทำความสะอาดเครื่องนอน (ที่นอน, หมอน, ผ้าห่ม) โดยซักด้วยน้ำร้อน 600 องศา นาน  15-20 นาที อย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์

          3. ไม่ใช้พรม เก้าอี้เบาะหุ้มผ้า หมอนนุ่น ตุ๊กตาที่ทำจากนุ่นหรือขนสัตว์

          4. ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนในบ้าน เช่น สุนัข แมว นก

          5. กำจัดเศษอาหาร และขยะต่าง ๆ รวมทั้งปิดฝาท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบ

          6. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศบ่อย ๆ และใช้แบบที่มีเครื่องกรองอากาศชนิด HEPA Filter

          7. ระวังไม่ให้บ้าน ห้องน้ำ อับชื้น และไม่ควรปลูกต้นไม้ในบ้าน เพราะทำให้เชื้อราเติบโต

          8. อย่าไปใกล้บริเวณที่มีควันบุหรี่ ควันไฟ และบริเวณที่มีฝุ่นมาก

          9. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หากมีอาการหอบเหนื่อยเวลา ออกกำลังกาย ควรสูบยา ป้องกันอาการหอบก่อน

         10. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้มาใช้เอง เพราะยาบางชนิดถ้าใช้ต่อเนี่อง อาจมีอันตรายได้

 

ที่มา : โรงพยาบาลจุฬารัตน์

         www.chularat.com

 



แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 12 กันยายน 2012 เวลา 10:50 น.